แสดงทั้งหมด 11 ผลลัพท์

รวมเทคนิคการเลือก น้ำหอมปรับอากาศ ตามสไตล์ที่ต้องการ

เชื่อว่าหลาย ๆ คนคงเคยประสบกับปัญหาเรื่อง "กลิ่น" ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับ กลิ่นสัตว์เลี้ยง หรือกลิ่นอาหาร ซึ่งกลิ่นเหล่านี้นอกจากจะสร้างความรำคาญใจแล้ว ยังอาจติดสะสมอยู่ตามเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ เช่น โซฟาและผ้าม่าน "น้ำหอมปรับอากาศ" จึงกลายเป็นมาเป็นตัวช่วยชิ้นสำคัญ ที่จะช่วยดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ตามบริเวณต่าง ๆ และช่วยเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้ไม่น่าเบื่อ นอกจากนี้ น้ำหอมปรับอากาศจากหลายแบรนด์ยังมีส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากดอกไม้และพืชพรรณตามธรรมชาติ ที่ช่วยให้เรารู้สึกผ่อนคลายเมื่อก้าวเท้ากลับเข้ามาในบ้าน หลังจากเผชิญกับความเหนื่อยล้าในที่ทำงานกันมาทั้งวัน

วิธีการเลือกน้ำหอมปรับอากาศ

  1. น้ำหอมปรับอากาศในบ้านแบบสเปรย์ปรับอากาศ หอมทันใจเมื่อฉีด

น้ำหอมปรับอากาศในบ้านแบบ "สเปรย์ " ที่มีแพ็กเกจสะดวกต่อการใช้งานนี้ อาศัยแรงดันภายในขวดสเปรย์น้ำหอมในบ้านแบบสเปรย์จะช่วยในการกระจายละอองน้ำหอมให้ฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณในทันทีเมื่อฉีด จึงสามารถดับกลิ่นอันไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ได้ทันที น้ำหอมดับกลิ่นห้องไม่ว่าจะเป็นกลิ่นที่แรงอย่างกลิ่นรองเท้า กลิ่นสัตว์เลี้ยง และกลิ่นอับต่าง ๆ หรือไม่ว่าจะเป็นกลิ่นอับในห้องน้ำ อาจจะต้องใช้ น้ำหอมดับกลิ่นห้องน้ำ โดยเฉพาะ แต่เนื่องจากกลิ่นหอมของสเปรย์ปรับอากาศนั้นคงอยู่ได้ไม่นาน จึงต้องคอยฉีดเพิ่มเติมอยู่เรื่อย ๆ หรือใช้ควบคู่กับน้ำหอมปรับอากาศแบบตั้งโต๊ะ

  1. น้ำหอมปรับอากาศในบ้านแบบตั้งโต๊ะ หอมยาวนานตลอดทั้งวัน

สำหรับใครที่ต้องการให้บ้านมีกลิ่นหอมอยู่ตลอดเวลา เราขอแนะนำให้เลือกใช้น้ำหอมปรับอากาศในห้องแบบตั้งโต๊ะ ที่เพียงตั้งเอาไว้ในบริเวณที่ต้องการ กลิ่นของน้ำหอมก็จะค่อย ๆ ระเหยอย่างช้า ๆ สร้างความหอมอบอวลไปทั่วบริเวณอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะหมดอายุการใช้งาน โดยส่วนมากน้ำหอมปรับอากาศประเภทนี้จะใช้ได้ประมาณ 1 - 3 เดือน ตามแต่ปริมาณและรูปแบบของผลิตภัณฑ์ เช่น เจลน้ำหอมปรับอากาศ, แผ่นหอมปรับอากาศ ,ก้านไม้หอมกระจายกลิ่น, เทียนหอม และน้ำมันหอมระเหย ซึ่งต้องใช้กับเตาอโรมาหรือเครื่องพ่นไอน้ำแบบเสียบปลั๊ก และหากใครยังคงชื่นชอบน้ำหอมแบบสเปรย์แต่เบื่อกับการที่ต้องคอยฉีดเติมกลิ่น ก็ยังมีสเปรย์ปรับอากาศแบบอัตโนมัติให้ได้เลือกใช้งาน

นอกจากนี้ น้ำหอมปรับอากาศแบบตั้งโต๊ะจากหลาย ๆ แบรนด์ ยังไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความหอมให้กับบ้านเพียงเท่านั้น แต่ยังมีดีไซน์ของบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม ซึ่งเหมาะสำหรับนำมาตั้งเป็นของประดับตกแต่งบ้านอีกด้วย

  1. วางน้ำหอมปรับอากาศในบ้านในตำแหน่งที่ถูกต้อง ช่วยให้กระจายกลิ่นหอมได้ดีขึ้น

เพื่อให้น้ำหอมในห้องสามารถกระจายกลิ่นได้ดียิ่งขึ้น ตำแหน่งในการวางถือได้ว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากเลยทีเดียวโดยอันดับแรกนั้น ให้มองหาทิศต้นลมซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการช่วยกระจายกลิ่นหอมให้อบอวลไปทั่วทั้งห้องหรืออาจจะใช้เป็น น้ำยาปรับอากาศ ให้กลิ่นกระจายมากยิ่งขึ้น ส่วนตำแหน่งในการวางนั้น แนะนำให้วางเอาไว้บนโต๊ะหรือตู้ ในระดับความสูงประมาณเอว ซึ่งเป็นระดับที่อากาศเกิดการหมุนเวียน ทั้งยังเป็นระดับความสูงที่เราสามารถรับรู้ถึงกลิ่นของน้ำหอมได้ดีที่สุด ตามหลักการที่กลิ่นของน้ำหอมนั้นจะกระจายตัวจากที่ต่ำขึ้นสู่ที่สูง ต่างจากการวางบนพื้นซึ่งอากาศไม่ถ่ายเท ทำให้น้ำหอมกระจายตัวได้ไม่ดี และเสี่ยงต่อการพลาดเตะไปโดนน้ำหอมจนหก

  1. น้ำหอมปรับอากาศรถยนต์ชนิดแขวน : ใช้งานง่าย เลือกได้ตามสไตล์ที่ต้องการ

น้ำหอมชนิดน้ำหอมแขวนในรถที่เรียกว่าใช้ง่ายสุด ๆ กันบ้าง เพราะคุณสามารถแขวนน้ำหอมชนิดนี้เอาไว้บริเวณใดภายในรถก็ได้ตามที่คุณต้องการ เช่น บริเวณคันโยกเปลี่ยนไฟ, กระจกมองหลัง, ด้านหลังเบาะคู่หน้า และอื่น ๆ ข้อดี คือ มักมีรูปแบบบรรจุภัณฑ์และลักษณะที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นแบบ แผ่นน้ำหอมในรถ  น้ำหอมซอง แบบก้อนอัดแข็ง หรือแบบน้ำที่ถูกบรรจุไว้ในขวดขนาดเล็ก ให้คุณสามารถเลือกใช้ได้ตามความชอบ ที่สำคัญน้ำหอมติดรถแบบแขวน ทำให้กลิ่นเข้มข้นกำลังดีและส่งกลิ่นหอมนาน ทั้งยังได้รับความนิยมจากผู้ใช้มากมายเพราะออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ราคาประหยัด แถมยังหาซื้อได้ง่ายด้วย

  1. น้ำหอมปรับอากาศรถยนต์ ชนิดเจล : กลิ่นหอมกำลังดี วางง่ายได้ทุกที่ ไม่มีหก

น้ำหอมปรับอากาศชนิดเจลจะช่วยให้กลิ่นหอมแบบเข้มข้นกว่าชนิดก้อนอัดแข็ง และยังไม่หกง่ายเหมือนกับชนิดน้ำ อีกทั้งส่วนมากจะมีส่วนประกอบของสารดับกลิ่นในตัว จึงทำหน้าที่ได้แบบ 2 in 1 เลยทีเดียว ดังนั้น ใครที่กำลังมองหาน้ำหอมที่ใช้งานง่าย ช่วยเพิ่มความหอม และดับกลิ่นไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ

ด้วยความที่น้ำหอมเจลมีเอกลักษณ์อยู่ระหว่างชนิดก้อนและชนิดน้ำ จนอาจดูเหมือนว่าจะมีคุณสมบัติที่ดีกว่าทั้ง 2 แบบข้างต้น แต่ความจริงแล้ว น้ำหอมชนิดเจลก็ยังมีข้อด้อยอยู่บ้าง นั่นก็คือ เมื่อเจลสลายตัวหรือมีปริมาณลดน้อยลง กลิ่นก็จะเบาบางลงตามไปด้วยอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งระยะเวลาในการระเหยยังแตกต่างกันออกไปตามลักษณะการใช้งาน บางคนจึงอาจรู้สึกว่าเจลน้ำหอมสิ้นเปลืองกว่าแบบอื่น ๆ

  1. น้ำหอมปรับอากาศรถยนต์ ติดตั้งกับเครื่องปรับอากาศ : ประหยัดพื้นที่ ให้กลิ่นหอมเข้มข้น

น้ำหอมในรถชนิดนี้เป็นอีกหนึ่งชนิดที่พบเห็นได้มากมายในท้องตลาด มีลักษณะเป็นตัวเกี่ยวติดกับช่องของเครื่องปรับอากาศในรถยนต์ เพื่ออาศัยแรงลมของเครื่องในการพัดพาความหอมให้กระจายไปได้ทุกทิศทาง ซึ่งโดยทั่วไปจะมีเนื้อผลิตภัณฑ์อยู่หลายรูปแบบ แต่ที่เรามักคุ้นเคยกันดีจะเป็นรูปแบบน้ำ

สำหรับจุดเด่นของน้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์ คือ ความสามารถในการปรับระดับความเข้มข้นและทิศทางของกลิ่นได้ และที่สำคัญยังมีดีไซน์หลายรูปแบบให้เลือกซื้อ เช่น รูปการ์ตูนน่ารัก ๆ รูปดอกไม้สวยงาม และดีไซน์คล้ายผลึกแก้วสุดทันสมัย เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งไอเดียในการตกแต่งรถไปในตัวเลย

  1. เลือกน้ำหอมปรับอากาศในรถที่มีส่วนผสมของสารดับกลิ่น

นอกจากรูปแบบน้ำหอมรถยนต์ที่มีให้เลือกมายมายแล้ว ส่วนประกอบในน้ำหอมก็เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเช่นกัน เพราะถ้าคุณเป็นคนที่สูบบุหรี่ในรถ หรือคนรอบข้างมักสูบบุหรี่ในรถคุณแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำให้เลือกใช้น้ำหอมใส่รถที่มีคุณสมบัติแอดวานซ์มากขึ้น นั่นก็คือ มีส่วนผสมของ "สารดับกลิ่น" ที่ช่วยลดเชื้อโรคอันเป็นสาเหตุของกลิ่นไม่พึงประสงค์ ซึ่งอาจสะสมอยู่ในรถและเกิดเป็นมลพิษทางอากาศ จนส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายเมื่อสูดดมไปนาน ๆ ได้ สำหรับคนที่ใส่ใจในเรื่องของสุขภาพ

บทส่งท้าย

ด้วยวิถีชีวิตแบบยุคสมัยใหม่ ผู้คนจึงมักใช้ชีวิตส่วนใหญ่ไปกับการเดินทาง ฉะนั้น การรักษาสภาพแวดล้อมภายในรถยนต์โดยการใช้น้ำหอมปรับอากาศ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยเพิ่มความผ่อนคลาย ลดความเหนื่อยล้า ปรับอารมณ์ให้สงบสุขุม และทำให้ไม่เบื่อกับการเดินทางบนรถนาน ๆ ในแต่ละวัน ซึ่งจากที่เราได้แนะนำวิธีการเลือกซื้อน้ำหอมปรับอากาศในรถยนต์ ข้อดี-ข้อเสียของน้ำหอมแต่ละชนิด ดังนั้นจึงต้องตัดสินใจเลือกซื้อน้ำหอมปรับอากาศกันได้ตามใจชอบและตอบโจทย์การใช้งานมากขึ้น

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mummily.com