Showing 1–12 of 15 results

5 วิธีการเลือกกล่องข้าวเด็กอุปกรณ์ที่ช่วยถนอมคุณภาพและรสชาติอาหารได้ยาวนานเพื่อให้ลูกๆ ได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วน

สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีเวลาทำข้าวกล่องให้ลูกน้อยไปทานที่โรงเรียน ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเวลาไปบ้างแต่ก็ถือว่าคุ้มค่ากับเวลาที่ลงทุนไปเพื่อสุขภาพและสารอาหารที่ครบถ้วนแถมมั่นใจได้อีกว่าได้รับอย่างเต็มที่ อีกทั้งเด็ก ๆ ยังสามารถนำค่าขนมไปใช้กับอย่างอื่นที่ชอบหรือนำไปเก็บออมได้อีกด้วย แต่บางครั้งต่อให้เราทำอาหารอร่อยเพียงใดหรือตกแต่งสวยแค่ไหนก็ตาม ก็อาจจะยังไม่เพียงต่อความอยากอาหารของเจ้าตัวน้อยได้เพราะถ้าอาหารเย็นชืด แห้งแข็ง เด็ก ๆ  ก็จะไม่ยอมทาน และสาเหตุนั้นก็มาจากกล่องอาหารที่ไม่ได้คุณภาพนั่นเอง กล่องข้าว หรือกล่องใส่อาหารนอกเหนือจาก ขนาด ประเภทวัสดุที่ใช้ และดีไซน์ที่สวยงามของกล่องและสีสันที่ถูกใจคุณพ่อคุณแม่แล้ว คุณสมบัติต่าง ๆ ในการใช้งานก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญ

ดังนั้น บทความในวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีเลือกกล่องข้าวเด็กที่ช่วยถนอมคุณภาพและรสชาติอาหารได้ยาวนานเพื่อให้เด็ก ๆ ได้รับสารอาหารที่มีคุณภาพครบถ้วน

วิธีการเลือกกล่องข้าวสำหรับเด็ก 

นอกเหนือจากดีไซน์ที่สวยงามของกล่องแล้ว ขนาด ประเภทวัสดุที่ใช้ คุณสมบัติต่าง ๆ ในการใช้งานก็ถือว่าเป็นสิ่งสำคัญเช่นกันในการเลือกกล่องข้าว เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาเรามาดูพร้อม ๆ กันเลยว่าหลักในการเลือกกล่องใส่ข้าวเด็กนั้นมีอะไรบ้าง

  1. เลือกขนาดกล่องตามช่วงอายุ

ในส่วนเรื่องขนาดของกล่องข้าว การเลือกขนาดนั้นต้องสัมพันธ์กับช่วงวัยของเด็ก เพราะเมื่อเด็กอายุมากขึ้นร่างกายเด็กก็เติบโตขึ้นตามวัยด้วย และแน่นอนว่าพลังงานที่ต้องการได้รับต่อวันก็ต้องมากขึ้นตามไปด้วย ปริมาณอาหารที่ต้องการในแต่ละมื้อก็ต้องเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน ในบทความนี้เราก็ได้ไปรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับปริมาณความจุของกล่องข้าวที่เหมาะสมกับช่วงวัยมาแชร์ให้คุณพ่อคุณแม่กันด้วย

  • ช่วงอนุบาล : 280 – 450 ml
  • ช่วงประถมศึกษาตอนต้น : 450 – 600 ml
  • ช่วงประถมศึกษาตอนปลาย : 600 – 850 ml

สิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองควรคำนึงถึงเป็นพิเศษสำหรับลูกน้อยที่อยู่ในช่วงอนุบาลนั่นก็คือ กล่องข้าวเด็กอนุบาล หรือ ถาดหลุมอนุบาล นอกจากนี้อาหารทุกอย่างที่เราเตรียมให้เค้าในกล่องข้าวนั้น ต้องเป็นสิ่งที่เด็กๆรับประทานได้หมดและมีปริมาณเหมาะสมที่พวกเค้าจะทานได้หมดตามเวลาพักที่ทางโรงเรียนกำหนด เพราะเด็ก ๆ ในช่วงวัยอนุบาลไม่สามารถไปซื้อของทานเองเพิ่มได้เหมือนเด็กประถม ดังนั้นหากเราเตรียมอาหารที่เค้าทานไม่ได้หรือทานไม่หมดก็จะทำให้เค้าหิวตลอดทั้งวันและยังได้รับสารอาหารไม่พอเพียงอีกด้วย นอกจากนี้ ถ้าภายในกล่องข้าวมีขนาดพื้นที่ว่างหรือช่องเหลือมากพอ ผู้ปกครองก็สามารถนำช้อนส้อมเด็กเตรียมใส่ไปด้วย หรืออาจจะเป็นของหวานมาใส่เพิ่มให้เค้าได้ ก็จะช่วยให้เด็กๆ เอ็นจอยมื้อกลางวันเพิ่มขึ้น

  1. เลือกวัสดุที่มีความแข็งแรงและง่ายต่อการดูแลรักษา

ประเภทวัสดุของผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในการผลิตกล่องข้าวโดยส่วนใหญ่จะมี   2 ประเภทหลัก คือ พลาสติก และ อลูมิเนียม/สแตนเลส ซึ่งวัสดุแต่ละประเภทก็จะมีคุณสมบัติทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ดังนี้

  • ประเภทพลาสติก : ดีไซน์หลายรูปแบบ ราคาเป็นมิตร

กล่องข้าวที่ทำจากพลาสติก ถือว่าเป็นวัสดุที่เราเห็นกันได้ทั่วไปตามท้องตลาด ซึ่งโดยส่วนใหญ่ก็จะถูกผลิตขึ้นมาไม่ซ้ำรูปแบบ มีดีไซน์หลากหลายตัวเลือกจึงเป็นที่น่าสนใจต่อการซื้อมาให้เด็ก ๆ ใช้กันมากมายทีเดียว อีกทั้งราคาก็ไม่แพงซึ่งอยู่ในระดับที่สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก กล่องข้าวพลาสติกจึงถือว่าเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกนึงที่ดีสำหรับเด็กในช่วงอนุบาลจนถึงช่วงประถมตอนต้น เนื่องจากการออกแบบส่วนมากเป็นตัวการ์ตูนที่เด็กชอบหรือดีไซน์ที่มีสีสันน่าดึงดูดใจสำหรับเด็ก ๆ

ในปัจจุบันกล่องข้าวพลาสติกส่วนมากจะสามารถใช้กับไมโครเวฟได้ แต่อย่างไรก็ตามวัสดุประเภทพลาสติกยังคงไม่เหมาะสมกับการใช้งานเข้าไมโครเวฟแบบซ้ำหลายครั้ง เนื่องจากพลาสติกนั้นง่ายต่อการเปลี่ยนสีจากการใช้งานระยะยาว อีกทั้งยังทำให้เสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว และถ้าหากคุณซื้อกล่องข้าวพลาสติกที่ไม่ได้มาตรฐานมาใช้ ก็อาจจะทำให้สารเคมีที่อยู่ในพลาสติกปนเปื้อนกับอาหารซึ่งเป็นอันตรายแก่ลูกของคุณได้ เพราะฉะนั้นก่อนการเลือกซื้อจึงต้องตรวจสอบข้อมูลของตัวพลาสติกว่าเป็นเกรดที่ได้มาตรฐานหรือไม่ มีการรับรองความปลอดภัยหรือไม่ และสามารถใช้ซ้ำได้หลายครั้งหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพของเด็ก ๆ

  • ประเภทอลูมิเนียม/สแตนเลส : ง่ายต่อการจัดเก็บ เก็บความร้อนได้ดี

วัสดุประเภทอลูมิเนียมและสแตนเลสมีจุดเด่นในเรื่องของการใช้งานที่มีสภาพคงทน สามารถใช้งานได้ยาวนาน ทำความสะอาดได้ง่ายและนำกลับมาใช้ซ้ำได้หลายครั้งโดยที่เราไม่ต้องกังวลเรื่องของตัววัสดุว่าจะเกิดรอยร้าวหรือแตกหักและไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องกลิ่นอาหารติดค้างเหมือนวัสดุพลาสติก

  1. เลือกกล่องข้าวที่มีช่องแบ่ง

กล่องอาหารที่ขายกันอยู่ทั่วไปก็จะมีทั้งประเภทที่มีช่องแบ่งและไม่มีช่องแบ่ง แต่สำหรับเด็ก เลือกกล่องข้าวที่มีช่องแบ่งหลายช่องจะดีกว่าเพื่อความสะดวกในการจัดวางและแบ่งสัดส่วนได้เสร็จสรรพในกล่องเดียว ลักษณะคล้ายถาดอาหารเด็ก , ถาดหลุมเด็ก อีกทั้งยังสามารถใส่อาหารได้หลากหลายประเภท เช่น มีช่องสำหรับขนมหวานหรือผลไม้เพิ่มเติมได้

แต่สำหรับกล่องอาหารที่ไม่มีช่องแบ่งเลยคือ เป็นกล่องอาหารแบบช่องเดียวก็สามารถใช้ได้ เช่นกันหากคุณพ่อคุณแม่ต้องการใส่อาหารประเภทเดียว เช่น ก๋วยเตี๋ยว ข้าวผัด เป็นต้น

  1. เลือกจากขนาดกล่องข้าวเด็ก

ขนาดของกล่องสำหรับข้าวเด็กนับว่าเป็นอีกหนึ่งปัจจัยในการเลือกซื้อ เพราะหากซื้อกล่องที่ใหญ่เกินความจำเป็น ก็จะทำให้กินเนื้อที่ในการจัดเก็บ หรือเวลาพกพากล่องอาหารเด็กออกไปข้างนอกก็ไม่สะดวก หนัก แถมยังใช้งานกล่องข้าวได้ไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย ควรเลือกกล่องข้าวสำหรับเด็กที่มีขนาดพอดีกับปริมาณอาหารที่ต้องการใส่เป็นประจำ ไม่เล็กหรือใหญ่เกินไป

  1. ง่ายต่อการทำความสะอาด

กล่องข้าวเด็กส่วนมากมักออกแบบมาให้มีความโค้งมน เพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ควรพิจารณาเวลาเลือกซื้อกล่องอาหารเด็ก คุณแม่คุณพ่อควรเลือกกล่องข้าวเด็กยี่ห้อที่ออกแบบมาให้ถอดล้างได้ทุกชิ้นส่วน สามารถล้างทำความสะอาดได้ทุกซอกทุกมุม ไม่เก็บกักกลิ่นไม่พึงประสงค์

การเลือกซื้อกล่องข้าวสำหรับเด็กนั้นถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการซื้อมาจะเป็นเพียงแค่การบรรจุอาหารให้กับลูกไปโรงเรียน แต่ก็ถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ปกครองอย่างเราต้องพิถีพิถันในการเลือกเช่นกัน เพราะการเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเรื่องอาหารเข้ามาเกี่ยวข้องนั้นสำคัญต่อสุขภาพเด็ก ๆ อย่างยิ่ง เราจึงต้องเลือกดูในหลายรูปแบบหลายมุมมอง ไม่ใช่เพียงแค่ดีไซน์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องลงลึกถึงรายละเอียดสินค้าทั้งวัสดุและคุณสมบัติการใช้งานต่าง ๆ ด้วย การซื้อกล่องข้าวไม่ใช่เพียงแค่เอาไว้บรรจุอาหารเท่านั้น ที่สำคัญในการซื้อต้องดูความปลอดภัยด้วย ต้องพิถีพิถันในการเลือก ผลิตจากวัสดุ Food grade หรือไม่ควรเลือกผลิตภัณฑ์ BPA-Free ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย ไม่ก่อสารก่อมะเร็ง และไม่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่อง ดังนั้นก่อนเลือกซื้อแนะนำอ่านฉลากข้างผลิตภัณฑ์ด้วยทุกครั้ง หรือศึกษาข้อมูลก่อน และหวังว่าจากตัวอย่างที่เรานำมาแนะนำคงจะเป็นแนวทางในการเลือกซื้อกล่องข้าวให้กับผู้ปกครองได้

ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ mummily.com